ใครชนะรอชิง! แมนฯซิตี้ลั่นบู๊อาร์เซน่อล,”เป๊ป”ดวลกึ๋น”อาร์เตต้า”

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เจ้าของแชมป์รายการนี้ซีซั่นก่อน หวังเป็นอย่างมากในการเข้าไปป้องกันแชมป์อีกครั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของทีมส่ง "ราฮีม สเตอร์ลิง" ลงป่วนทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เจ้าของโทรฟี่ถ้วยนี้ 13 สมัย มิเกล อาร์เตต้า เทรนเนอร์คนเก่งหวัง "ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง" ซัดนำสโมสรลิ่วเกมชิงดำ ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2563
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ
วันเสาร์ที่ 18  กรกฎาคม 2563
อาร์เซน่อล – แมนฯ ซิตี้    
 เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : เวมบลีย์  สเตเดี้ยม  

     มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมเข้ารอบตัดเชือก หลังเบียดชนะเชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 ก่อนชนะลิเวอร์พูลด้วยสกอร์เดียวกัน ในเกมลีกล่าสุด

     ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้ายังไม่มี แบร์นด์ เลโน่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มารี และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อน รวมไปถึง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ที่เหลือโทษแบนอีก 1 นัด

     ส่วนพวกแกนหลักที่ได้พักในเกมล่าสุดอย่างเซอัด โคลาซินัช, เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ก็น่าจะคัมแบ็กตามปกติ

     เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะนิวคาสเซิ่ล 2-0 ก่อนเชือดบอร์นมัธ 2-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

     ความพร้อมเกมนี้ เป๊ปไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขาดแค่ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” ที่ยังเดี้ยงอยู่รายเดียว

     ส่วนพวกแกนหลักที่ได้พักในเกมล่าสุดอย่างเอมเมริค ลาป๊อร์กต์, โรดรี้ เอร์นานเดซ,เควิน เดอ บรอยน์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ก็น่าจะกลับมาออกสตาร์ตตามปกติ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์,เซอัด โคลาซินัช – เอคตอร์ เบเยริน, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, คีแรน เทียร์นี่ย์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้,เอมเมริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ,แบร์นาร์โด้ ซิลวา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

เพิ่งย้ายมาแท้ๆ!อินเตอร์เล็งโละ “อีริคเซ่น” หลังจบซีซั่น

สื่อเลี่ยนตีข่าว "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน พร้อมโละ คริสเตียน อีริคเซ่น จอมทัพเลือดโคนม หลังจบซีซั่นนี้ ถึงแม้นักเตะเพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมได้แค่ครึ่งปี

     อินเตอร์ มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พร้อมพิจารณาขาย คริสเตียน อีริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์ชาวเดนิช หลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นแกนหลักของทีมได้ ตามรายงานจาก มีเดีย เซ็ต สื่อแดนมะกะโรนี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
 
     สตาร์ทีมชาติเดนมาร์กวัย 28 ปี เพิ่งย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพ "งูใหญ่" ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร (ประมาณ 700 ล้านบาท) เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงแบบถาวรได้ โดยสตาร์ทเป็นตัวจริง 8 นัด และลงสำรองอีก 7 นัด ทำได้ 3 ประตู กับ 3 แอสซิสต์

     ถึงแม้ผลงานในสนามถือว่าไม่เลว แต่ล่าสุด มีเดีย เซ็ต ระบุว่า อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ อินเตอร์ ยินดีรับพิจารณาข้อเสนอขอซื้อตัว อีริคเซ่น โดยเชื่อกันว่า ทีม "เนรัซซูร์รี่" ตั้งค่าหัว อดีตแข้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไว้ที่ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) ซึ่งหากขายได้เท่ากับว่า อินเตอร์ จะได้กำไรอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

สื่อ-แฟนมาดริดไม่ขำเบลทำตัวตลกเกมชนะอลาเบส

ไม่น่ารักเลย! สื่อและแฟนบอล เรอัล มาดริด รุมจวก แกเร็ธ เบล หลังทำเป็นตลกนอนหลับเมื่อรู้ตัวเองไม่ได้ลงสนามในเกมพบ อลาเบส

     แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ สร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับแฟนบอล เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังทำเป็นเล่นตลกระหว่างอยู่ที่ม้านั่งสำรองข้างสนามในเกม ลา ลีกา สเปน ที่ "ราชันชุดขาว" เปิดสนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ อลาเบส 2-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

    เบล ซึ่งโดน ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ดองเป็นตัวสำรองมา 4 นัดติด และเพิ่งได้เป็นตัวจริงแค่ 12 เกมในฤดูกาลนี้ ทำเป็นเล่นตลกด้วยการดึงเอาหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดตา และทำเป็นนอนหลับ ก่อนหัวเราะด้วยความขบขัน หลังทีมใช้โควตาตัวสำรองหมดแล้ว

 

    การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกองเชียร์ "ราชันชุดขาว" โดยแฟนบอลรายหนึ่งเขียนแสดงความเห็นว่า "มันเป็นการดูหมิ่นกันอย่างมากจาก แกเร็ธ เบล มันชัดเจนว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอีกแล้ว ฟอร์มของเขาห่วยแตกเวลาลงสนาม ไม่ต้องไปตำหนิ ซีดาน เลยที่ไม่ส่งเขาลงเล่น"

    ขณะที่ มาร์ก้า หนังสือพิมพ์เล่มดังของแดนกระทิงดุก็ไม่ชอบใจพฤติกรรมของดาวเตะเวลส์เช่นกัน โดยลงรูปที่ เบล กำลังทำท่านอนหลับ และพาดหัวว่า "น่าอับอาย"

โซลชา : เชลซีได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมงคือข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง

กุนซือปีศาจแดง ชี้ว่าทัพสิงห์บลูส์มีความได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในเกมการแข่งขัน
โอเล กุนนาร์​ โซลชา กุนซือของ แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด ชี้ว่าเชลซีนั้นได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของข้ออ้าง

ทัพปีศาจแดงหยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 19 นัดหลังพลาดท่าแพ้ทัพสิงห์บลูส์ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด 1-3 กระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ โดยเชลซีจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล

อย่างไรก็ตาม โซลชา ชี้ว่าทีมของเขาเสียเปรีบเรื่องตารางการแข่งขัน หลังเชลซีลงสนามกับนอริชตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ส่วนทีมของเขาเล่นกับคริสตัล พาเลซคืนพฤหัสบดี แต่ถึงอย่างนั้น โซลชา ไม่คิดจะยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างที่ทำให้ทีมของเขาอดเข้าชิงฯแต่อย่างใด

"แน่นอนการจบครึ่งแรกด้วยการเสียประตูหลังเกมพักไปนานมันเป็นหายนะสำหรับเรา เราเสียสมาธิและมันน่าผิดหวัง" โซลชา เผย

"เชลซีมีเวลามากกว่า 48 ชั่วโมง มันเป็นแค่ข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช้ข้ออ้าง ผมไม่สามารถใช้ข้ออ้างใด ๆ ได้ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เราเลือกที่จะเล่นรอบรองชนะเลิศดีกว่าไม่เล่น และผมไม่สามารถบ่นอะไรได้เลย"

 

อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

เรอัลมาดริดเดินหน้าล่าแชมป์ลีก! “เบนเซม่า” กระสันซัดถิ่นกรานาด้า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกซีซั่นนี้เต็มทีเตรียมจัดหนักนำปิดสกอร์โดย คาริม เบนเซม่า เกมบุกบ้าน กรานาด้า ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
กรานาด้า   –   เรอัล มาดริด
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

 

สนาม : เอสตาดิโอ นวยโบ้ ลอส การ์เมเนส

    ดีเอโก้ มาร์ติเนซ เตรียมพัก โรเบร์โต้ โซลดาโด้ กองหน้าจอมเก๋าวัย 34 ไว้และปรับมาเล่นระบบ 3-4-2-1 วาง การ์ลอส เฟร์นานเดซ ยืนเป็นหัวหอกเดี่ยว ด้านหลังมี อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส กับ ดาร์วิน มาชีส ทำเกมรุกสนับสนุน

    ส่วนตรงกลาง ยานเกล เอร์เรร่า กับ ยาน ไบรซ์ เอเตกี คุมจังหวะร่วมกันโดยมี บิตอร์ ดิอ๊าซ และ การ์ลอส เนบา ทำหน้าที่วิงแบ็ก ส่วนแผงหลัง 3 คน เฆซุส บาเยโฆ ที่เจ็บจากเกมก่อน อาจฟิตไม่ทัน โอกาสจะตกเป็นของ โฆเซ่ อันโตนิโอ มาร์ติเนซ ลงเล่นร่วมกับ เคร์มัน ซานเชซ และ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ 
    ส่วนในรายของ อัลบาโร่ บาดีโย่, มักซิม โกนาลองส์, กีนี่ และ เนย์ดอร์ โลซาโน่ ยังขาดเจ็บทั้งหมด

    ซีเนดีน ซีดาน จะได้ ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับพ้นโทษแบนกลับมา และจะลงสนามเป็นตัวจริงทันที 

    โดยรามอส จะยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน, การ์บาฆาล กลับมาประจำการแบ็กขวา แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ และ มาร์โก อาเซนซิโอ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    กรานาด้า (3-4-2-1) : รุย ซิลบา – มาร์ติเนซ, เคร์มัน ซานเชซ, โดมิงโกส ดูอาร์เต้ – บิตอร์ ดิอ๊าซ, ยานเกล เอร์เรร่า, ยาน ไบรซ์ เอเตกี, การ์ลอส เนบา – อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส, ดาร์วิน มาชีส – การ์ลอส เฟร์นานเดซ

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เอ็นริเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช – อีสโก้ – วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
05/10/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 4-2
07/05/17    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด 0-4
07/01/17     ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 5-0
08/02/16    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด  1-2
19/09/15    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า  1-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
กรานาด้า
10/07/20  ชนะ โซเซียดาด 3-2 (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 เสมอ บาเลนเซีย 2-2  (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ อลาเส 2-0 (เยือน)        ลา ลีกา
29/06/20 แพ้ เออิบาร์ 1-2 (เหย้า)        ลา ลีกา
23/06/20 เสมอ เลกาเนส 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
 
เรอัล มาดริด
10/07/20   ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20   ชนะ บิลเบา 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

เลสเตอร์ขอแซงขึ้นที่3! “วาร์ดี้” พร้อมกระชากซัดถิ่นบอร์นมัธที่สู้หนีตกชั้น

"จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ หวังคว้าชัยเพื่อแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งพร้อมปิดสกอร์เกมบุกถิ่น บอร์นมัธ ที่จะสู้เพื่อแต้มสำคัญช่วยให้หนีห่างโซนตกชั้น ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. ศกนี้   ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 01.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
บอร์นมัธ   –   เลสเตอร์ ซิตี้
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 01.00 น.)

สนาม : ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม

    เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือเดอะ เชอร์รี่ส์ อันดับ 18 ต้องการ 3 แต้มอย่างที่สุดเพื่อการอยู่รอดของพวกเขา โดยนับตั้งแต่รีสตาร์ตเพิ่งจะได้แค่แต้มเดียวจากการเปิดบ้านเสมอสเปอร์ส 0-0 ในนัดล่าสุดนั่นเอง

    บอร์นมัธมีปัญหาในเกมรับเมื่อ อดัม สมิธ เจ็บศีรษะในเกมกับสเปอร์ส จนต้องโดนเปลี่ยนออก โดยก่อนหน้านี้ ชาร์ลี แดเนียลส์, คริส เมปแฮม และ ไซม่อน ฟรานซิส ก็เจ็บอยู่ก่อนแล้ว

    ทีมยังต้องลุ้นความฟิตของ เดวิด บรู๊คส์ ตัวรุกชาวเวลส์อีกรายด้วยว่าจะพร้อมสำหรับเกมนี้หรือไม่ เนื่องจากมีอาการตึงที่น่อง

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือจิ้งจอกสีน้ำเงินต้องการชัยชนะอย่างที่สุดเพื่อรักษาอันดับ 4 เอาไว้ เนื่องจากมี แมนฯ ยูฯ จ่ออยู่ข้างหลัง 1 แต้ม โดยฟอร์มล่าสุดพวกเขาออกไปไล่ตีเสมออาร์เซน่อล ได้ 1-1 ที่ลอนดอน จาก เจมี่ วาร์ดี้

    เลสเตอร์ไม่น่าจะมี เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษที่เจ็บเท้า รวมทั้ง ริคาร์โด้ เปเรยร่า ที่เจ็บเข่าด้วย

    เจมส์ แมดดิสัน ตัวรุกคนสำคัญมีอาการบาดเจ็บที่สะโพก ไม่น่าจะลงสนามได้เช่นกัน

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    บอร์นมัธ (4-4-2) : อารอน แรมส์เดล – แจ็ค สเตซี่ย์, นาธาน อาเก้, ลอยด์ เคลลี่, ดีเอโก้ รีโก้ – แฮร์รี่ วิลสัน, แดน กอสลิ่ง, เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า, จูเนียร์ สตานิสลาส – โจชัว คิง, คัลลั่ม วิลสัน
    ผู้จัดการทีม : เอ็ดดี้ ฮาว

    เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-3) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ไรอัน เบนเน็ตต์, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู – เจมส์ จัสติน, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน – เคเลชี่ อิเฮนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้, อาโยเซ่ เปเรซ
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    ผู้ตัดสิน : สจ๊วร์ต แอตเวลล์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
31/08/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ 3 – 1 บอร์นมัธ    
30/03/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ 2 – 0 บอร์นมัธ    
15/09/18    พรีเมียร์ลีก    บอร์นมัธ 4 – 2 เลสเตอร์    
03/03/18    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ 1 – 1 บอร์นมัธ    
30/09/17    พรีเมียร์ลีก    บอร์นมัธ 0 – 0 เลสเตอร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บอร์นมัธ
09/06/20 เสมอ สเปอร์ส 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/07/20 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-4 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/06/20 แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์
07/06/20 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 แพ้ เชลซี 0-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
24/06/20 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แอต.มาดริดว่าไง?เชลซียื่นเงินพร้อมแถมเกปาแลกซื้อโอบลัค

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เชลซี คิดที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับแถม เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ให้กับ แอต. มาดริด เพื่อขอซื้อ ยาน โอบลัค มาเฝ้าเสา หลังจากที่ผ่านมา เกปา ทำผลงานได้น่าผิดหวัง
    เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาที่จะยื่นข้อเสนอขอซื้อ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตู แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ด้วยการให้เงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับแถม เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านของทีมให้ด้วย ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    "สิงโตน้ำเงินคราม" ยอมทุ่มเงิน 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) เพื่อดึง เกปา มาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 จนทำให้เจ้าตัวเป็นนายทวารที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก แต่ช่วงที่ผ่านมาเขากลับทำผลงานได้น่าผิดหวังจนทำให้ตอนนี้ทีมต้องลุ้นเหนื่อยกับการที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยการติดอยู่ใน 4 อันดับแรกของตารางคะแนน เพื่อคว้าสิทธิ์ลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

    สำหรับ โอบลัค นั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมือกาวที่เก่งที่สุดของโลกในยุคนี้ โดยที่ แอต. มาดริด ตั้งค่าฉีกสัญญาเอาไว้สูงถึง 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) และเขาก็ยังมีสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ด้วย อย่างไรก็ตาม "ตราหมี" ก็อาจจะจำเป็นต้องหาเงินมาเข้าสโมสรเพื่อชดเชยกับการที่ทีมได้รับผลกระทบด้านการเงินจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนกัน

    เป็นที่เชื่อว่า เชลซี ไม่ต้องการเสียเงินถึงหลัก 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ โอบลัค และพวกเขาก็หวังว่า เกปา จะช่วยลดจำนวนเงินที่พวกเขาต้องจ่ายได้เป็นจำนวนมาก โดยจนถึงตอนนี้ เชลซี ใช้เงินสำหรับการเสริมทัพเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้าไปแล้ว 83.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,348 ล้านบาท) ซึ่งแข้งที่พวกเขาได้มาร่วมทัพแน่นอนแล้วคือ ฮาคิม ซิเย็ค ปีกดีกรีทีมชาติโมร็อกโกกับ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงชาวเยอรมัน

ชไนเดอร์ลินโทษตัวเองล้มเหลวกับแมนยู

มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน มิดฟิลด์สโมสรนีซ ยันตนทำผิดพลาดที่ไม่รู้จักอดทนช่วงที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ระบุไม่เคยเสียใจที่ย้ายไปร่วมชุด "เร้ด เดวิลส์" เพราะได้รับประสบการณ์ที่แสนวิเศษมากมาย

    มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน กองกลางเลือดเฟร้นช์ของ นีซ สโมสรดังแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ไม่โทษใครนอกจากตัวเองกับความล้มเหลวตอนที่ย้ายไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมระบุไม่เสียใจที่ย้ายไปที่นั่น เพราะได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ มากมาย

    หลุยส์ ฟาน กัล ที่ในเวลานั้นยังนั่งกุมบังเหียน "เร้ด เดวิลส์" จัดการดึงตัว ดาวเตะดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส มาจาก "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) เมื่อปี 2015 แต่ตลอดช่วง 2 ฤดูกาลในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย จนสุดท้ายโดน โชเซ่ มูรินโญ่ ขายทิ้งไปให้กับ เอฟเวอร์ตัน

    แม้ว่าจะล้มเหลวในฐานะนักเตะ "ผีแดง" ก็ตาม แต่ ชไนเดอร์ลิน ยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องเสียใจที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ที่สำคัญยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด "มันเป็นความภาคภูมิใจสำหรับผม (ที่ได้เล่นกับแมนฯ ยูฯ) มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"

        "ผมอยากมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานๆ ซึ่งมันคงทำให้เส้นทางของผมแตกต่างไปจากนี้ แต่แน่นอนว่าผมต้องตำหนิตัวเอง ผมควรจะมีความอดทนมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามผมไม่เคยเสียใจอะไรทั้งนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษสำหรับผม" ชไนเดอร์ลิน ระบุ

สุดอัปยศ! มูรินโญ่จวกยับหลังแมนซิตี้รอดแบนเกมยุโรป

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ดูจะไม่พอใจอย่างหนักกับผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยถึงขั้นออกมาตำหนิว่าเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ
    ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สุ่มเสี่ยงที่จะชวดลงเล่นในเกมยุโรปถึง 2 ฤดูกาล หลังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ตัดสิทธิ์ดังกล่าวโทษฐานทำความผิดอย่างรุนแรงต่อกฎควบคุมการเงิน หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จากการปลอมแปลงรายได้ในบัญชีระหว่างปี 2012-2016 รวมถึงสั่งปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) ซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" ก็ไม่ยอมแพ้จนยื่นอุทธรณ์กับเรื่องนี้ต่อ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส

    ก่อนที่การยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวนั้นจะเป็นผลทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้ไปลุยเกมยุโรปฤดูกาลหน้าตามปกติ โดยสโมสรได้รับโทษเพียงการโดนปรับเงินเหลือ10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น

    อย่างไรก็ตามหลังจากมีผลการตัดสินจากซีเอสออกนั้นก็สร้างมีหลายฝ่ายที่เห็นด้วย และหลาฝ่ายที่รู้สึกว่าคำตัดสินดังกล่าวนั้นดูไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ที่ล่าสุดออกมาตำหนิการตัดสินในครั้งนี้ โดยเชื่อว่า แมนซิตี้ ควรจะถูกลงโทษแบนจากเกมยุโรปตามเดิมถ้าทำผิดจริงๆ และกังวลว่ากฏ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จะใช้ไมได้อีกต่อไปเนื่องจากหลายๆสโมสรจะใช้ช่องโหว่ในการหาผลประโยชน์

    "ไม่ว่ากรณีใดมันเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ เพราะถ้า แมนซิตี้ ไม่ได้ทำผิดจริงแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องถูกปรับเงินถึง 10 ล้านยูโร, แน่นอนถ้าคุณไม่มีความผิดคุณก็ไม่ควรที่จะถูกลงโทษ และไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ในขณะเดียวกันถ้าคุณทำผิดก็ควรที่จะถูกแบนจากการแข่งขันสถานเดียว เพราะฉะนั้นคำตัดสินในครั้งนี้ถือเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง "

    นอกจากนี้เมื่อถูกถามเมื่อถามเรื่องกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ กับผลกระทบที่มีต่อ สเปอร์ส มูรินโญ่ กล่าวว่า "ผมรู้สึกโอเคกับการบริหารของสโมสร แต่เชื่อว่าคำตัดสินนี้กลายเป็นจุดจบของกฏแฟร์เพลย์การเงิน" มูรินโญ่ กล่าว